กิจกรรมและโครงการของสมาคมพรีม่า
  print 
  ปัญหาสุขภาพจิต...พิษจากน้ำท่วม Bookmark and Share

วันเสาร์ที่  1 ตค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 1 ตค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จส.100 

นพ.ทวี ตั้งเสรี  

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เ

ปัญหาสุขภาพจิต...พิษจากน้ำท่วม

ในปีนี้เหตุการณ์น้ำท่วมได้แผ่ขยายวงกว้างออกไปหลายจังหวัด มีผู้ประสบอุทกภัยหลายแสนราย บางรายต้องสูญเสียรายได้ ทรัพย์สิน บ้านเรือน หรือแม้กระทั่งชีวิตของคนที่รัก ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมที่ไม่ได้ดีขึ้น และการดำเนินชีวิตประจำวันซึ่งผิดแผกไปจากปรกติ จึงนำมาสู่ความรู้สึกเครียด ท้อแท้ หดหู่ และบางคนถึงกับอยากฆ่าตัวตาย
รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ในครั้งนี้ เราจะไปพูดคุยกับ นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต...พิษจากน้ำท่วม

ปัญหาสุขภาพจิต...พิษจากน้ำท่วม

ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมได้แผ่ขยายวงกว้างออกไป 8 – 10 จังหวัดแล้ว และพบว่ามีผู้ที่มีความเครียดจากภาวะน้ำท่วมเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องมากจากมีพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยความเครียดของผู้ประสบอุทกภัยจะเกิดขึ้น 2 ระยะ ระยะแรกคือในช่วงที่น้ำกำลังท่วมอยู่ ข้าวของเสียหาย เดินทางไม่สะดวก ทำอะไรลำบาก และอีกช่วงหนึ่งคือในช่วงที่น้ำลดลงแล้ว ซึ่งช่วงนี้ผู้ประสบภัยจะเห็นความเสียหายของตนเองอย่างชัดเจน จึงเกิดความเครียดขึ้นเป็นครั้งที่ 2
 สำหรับอาการที่พบได้ในผู้ที่มีอาการเครียดคือ ปวดศีรษะ กระวนกระวาย ไม่ค่อยมีสมาธิ หลง ๆ ลืม ๆ บางรายอาจมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย ซึ่งผู้ที่มีอาการเครียดในลักษณะนี้ ถือว่ามีความเครียดมากแล้ว และจำเป็นต้องได้รับการเยียวยารักษา มิฉะนั้นอาการจะพัฒนาต่อไปจนถึงขั้นสุดท้าย คือการมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งนับตั้งแต่น้ำท่วมในเดือนสิงหาคมเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน พบว่ามีคนอยากฆ่าตัวตายจากปัญหาน้ำท่วมแล้วถึง 443 ราย

ปัจจัยก่อความเครียด

สำหรับแต่ละบุคคลอาจจะมีระดับความเครียดแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพเดิมว่าเป็นคนที่เครียดง่ายหรือไม่ และเป็นคนที่สามารถปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด หากภาวะเดิมเป็นคนไม่ค่อยเครียดและปรับตัวได้ง่ายก็มักจะไม่เกิดภาวะเครียดรุนแรง นอกจากนั้นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดยังขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น และการเตรียมตัวในการป้องกันด้วย ซึ่งในรายที่เตรียมตัวป้องกันดี เกิดความเสียหายน้อย ความเครียดก็จะน้อยตามไปด้วย

เยียวยาจิต...ดูแลใจ แก้ไขความเครียดจากน้ำท่วม

ในส่วนของการเยียวยาจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ต้องทำควบคู่กันไปทั้งในส่วนของภาครัฐ สังคมรอบข้าง และที่สำคัญคือตัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบเอง

ในส่วนของภาครัฐ ทำได้โดยการเข้าไปให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ทั้งในขณะที่เกิดอุทกภัยและการฟื้นฟู ซ่อมแซมสิ่งที่เสียหายหลังน้ำลด ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบภัยรู้สึกว่ายังมีความหวังรออยู่

สำหรับในด้านการเยียวยาจิตใจในส่วนของภาครัฐนั้น กระทรวงสาธารณสุขและกรมสุขภาพจิตก็ได้เข้าไปช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วย โดยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยถึงชีวิตและความเป็นอยู่ต่าง ๆ  รวมทั้งคัดกรองภาวะความเครียด ภาวะซึมเศร้า และภาวะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายโดยใช้แบบฟอร์มของกรมสุขภาพจิต หากพบว่ารายใดมีภาวะความเครียดสูง มีภาวะซึมเศร้า และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ก็จะเข้าไปพูดคุยให้กำลังใจ หรือแนะนำกลวิธีต่าง ๆ ที่จะลดความเครียดต่อไป โดยในรายที่มีอาการนอนไม่หลับอย่างรุนแรง ท้อแท้ หรือเครียดมาก ๆ จนถึงขั้นกระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิ ก็อาจจะต้องให้ยาคลายความเศร้า หรือยาคลายความเครียดที่จะทำให้การนอนหลับดีขึ้นร่วมด้วย ซึ่งจะได้ผลเร็วกว่าการเข้าไปพูดคุยเพียงอย่างเดียว  ซึ่งปรกติความเครียดในลักษณะนี้จะต้องใช้ระยะเวลานานประมาณ 6 เดือนในการปรับตัวให้เข้าสู่ภาวะปรกติ ดังนั้นหลังการเยี่ยมเยียนในครั้งแรกก็จะมีการลงพื้นที่ติดตามผลอีก 3 ครั้ง คืออีก 1 เดือน , 3 เดือน และ 6 เดือนให้หลัง และเมื่อครบ 6 เดือนแล้วก็ต้องประเมินว่าภาวะจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบเข้าสู่ภาวะปรกติหรือไม่ หากเข้าสู่ภาวะปรกติแล้วทางกรมสุขภาพจิตก็จะทิ้งหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่เอาไว้ให้ ในกรณีที่เกิดความเครียดหลังจากนี้และไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ จะได้ติดต่อขอความช่วยเหลือต่อไป

ในส่วนของสังคมสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยได้ผ่านการบริจาค เนื่องจากการบริจาคสิ่งของและเงินทอง จะเป็นการแสดงน้ำใจที่ทำให้ผู้ประสบภัยเห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ลำพังคนเดียว ยังมีพี่น้องคนไทยอีกหลายคนที่ยังเป็นห่วงเป็นใย และสิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือการให้กำลังใจซึ่งกันและกันในภาวะทุกข์ยากแบบนี้ เพราะกำลังใจจะนำไปสู่การมีความหวัง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะทำให้ผู้ประสบภัยสามารถต่อสู้ชีวิตต่อไปได้

เมื่อรัฐบาลและสังคมให้ความช่วยเหลือแล้ว ผู้ประสบภัยก็ต้องช่วยเหลือตนเองด้วย โดยต้องไม่หมดหวัง ไม่ท้อแท้ และรู้จักเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยเริ่มจากการวางแผนแก้ปัญหาของตนเอง จากสิ่งที่สามารถแก้ไขได้ง่ายที่สุดไปจนถึงยากที่สุด และค่อย ๆ แก้ไขไปทีละเรื่อง โดยตั้งความหวังเอาไว้ว่า หากน้ำลดลงก็จะมีคนมาช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สามารถสู้ชีวิตต่อไปได้ นอกจากนั้นในระหว่างรอน้ำลดก็ควรจะหากิจกรรมต่าง ๆ  ทำ เช่น การพูดคุยกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และออกกำลังกายโดยท่ากายบริหารง่าย ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถผ่อนคลายความเครียดให้แก่ตนเองลงไปได้ด้วย

กระทรวงสาธารณสุข
สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทรัพย์สินหรือบุคคลในครอบครัวอันเป็นที่รัก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน มิได้มีการตั้งตัวกันมาก่อน คนในครอบครัวย่อมต้องมีความเศร้าโศกเสียใจ กรมสุขภาพจิตเองจะต้องเข้าไปพูดคุย ให้กำลังใจ ไม่ให้เขารู้สึกท้อแท้และมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตกันต่อไป ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้เป็นครั้งที่เกิดการสูญเสียมาก ตัวเลขในขณะนี้เกือบถึง 200 คนแล้ว

สำหรับขั้นตอนการเยียวยาของกรมสุขภาพจิต ขั้นตอนแรก เราจะนัดหมายครอบครัวของผู้สูญเสียก่อนว่าจะเข้าไปพบ จากนั้นทีมของกรมสุขภาพจิตและกระทรวงสาธารณสุขก็
โดยในขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็มีการให้ความช่วยเหลือในหลาย ๆ ระดับ โดยในทีมของกระทรวงสาธารณสุขก็จะมีโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลจะลงไปดูแล มขณะเดียวกันในส่วนของกรมสุขภาพจิตเอง ในส่วนของน้ำท่วมก็จะเน้นไปที่ศูนย์ผู้ประสบภัย หรือศูนย์พักพิง หรือในรายที่ผู้ประสบภัยยังอยู่ที่บ้าน เราก็จะทำงานในเชิงรุก โดยการเข้าไปดูที่บ้านด้วย

ในส่วนของผู้ประสบอุทกภัยจะมีวิธีดูแลตนเองหรือผู้คนรอบข้างไม่ให้เกิดความเครียดได้อย่างไรบ้าง

สำหรับคนรอบข้าง สิ่งที่สำคัญมากก็คือการให้กำลังใจซึ่งกันและกันในภาวะทุกข์ยากแบบนี้ เพราะการมีความหวังเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะทำให้เราสามารถต่อสู้ชีวิตต่อไปได้ การสังเกตอาการที่ง่ายที่สุดก็คือจากเดิมที่เคยเป็นคนร่าเริง ตอนนี้ก็ซึมมาก ๆ และบ่นท้อแท้ หดหู่ใจ และบ่นถึงความตายบ่อย ๆ กรณีแบบนี้ก็เป็นความเสี่ยงที่ทางญาติ ๆ หรือคนรอบข้างจะเข้าไปพูดคุยให้กำลังใจ และดูแลกันอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของสังคมทำได้โดยการรับบริจาคสิ่งของที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งแสดงน้ำใจบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะเป็นการแสดงให้เขาเห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ในโลกอย่าเดียวดาย แต่ยังมีเพื่อนคนไทยอีกมากมายที่ส่งความช่วยเหลือเข้าไป และภาครัฐเองก็ให้ความช่วยเหลือ โดยการที่ภาครัฐให้สัญญาณความช่วยเหลือ เช่น การซ่อมแซมบ้าน ฟื้นฟูอาชีพ ฟื้นฟูไร่นา ก็จะช่วยให้ผู้ประสบภัยมีกำลังใจ เห็นอนาคตรำไรว่าน้ำลดแล้ว ความช่วยเหลือจะมาถึง
 
 

 

ย้อนกลับ

Comment

ฟังคลิปเสียงล้ำยุคเรื่องสุขภาพ

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

พรีม่าบน Twitter

พรีม่าบน Facebook