กิจกรรมและโครงการของสมาคมพรีม่า
  print 
  ทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากโรค มือ เท้า ปาก Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 28 กค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์

อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

"ทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากโรค มือ เท้า ปาก"

       หลังจากที่มีข่าวว่าพบเด็กในประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง เรื่องนี้ได้สร้างความหวั่นวิตกให้บรรดาพ่อ แม่ ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก แม้ว่าโดยปรกติ ในทุก ๆ ปีจะพบการระบาดของโรคดังกล่าวอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นโรคประจำถิ่นของประเทศไทย
       สำหรับรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่มาร่วมให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตนเองและคนที่ท่านรักให้ปลอดภัยจากโรค มือ เท้า ปาก

สถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ในประเทศไทย

       ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคหลายโรค หนึ่งในนั้นก็คือโรคมือเท้าปาก ซึ่งจากการรายงานสถานการณ์จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 พบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก 16,800 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากกรุงเทพฯ และจังหวัดระยอง ซึ่งอัตราการเสียชีวิตนับได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ปรกติ อย่างไรก็ตามในปีนี้พบผู้ป่วยมากขึ้นประมาณ 2,000 – 3,000 ราย เมื่อเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากมีการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในประเทศกัมพูชา และพบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตในจำนวนที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้ผู้ปกครองเกิดความตื่นตัวและนำผู้ป่วยมาพบแพทย์มากขึ้น

สาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก

       สาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในลำไส้ที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการที่มือ เท้า ปาก ซึ่งอาการจะไม่รุนแรง แต่บางรายซึ่งมีน้อยมากอาจจะเกิดอาการทางหัวใจ ปอด และสมอง  ซึ่งสำหรับผู้ป่วยเด็กที่เสียชีวิตทีกรุงเทพฯ พบว่าติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์ B5 ซึ่งพบได้ทั่วไปในประเทศไทย โดยเชื้อดังกล่าวได้ไปทำลายการเต้นของหัวใจ และคาดว่าในการระบาดครั้งนี้น่าจะมีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ต่ำกว่าร้อยละ 10 อย่างไรก็ตามผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ย่อยในชนิดเดียวกันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีอาการรุนแรงเหมือนกันทุกราย
       ในทางการแพทย์ได้มีการค้นพบว่าเอนเทอโรไวรัสเป็นสาเหตุในการเกิดโรค โรคมือ เท้า ปาก เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา และจัดว่าเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง เนื่องจากผู้ป่วยมีอัตราการเสียชีวิตน้อยมาก ซึ่งในผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่มีภาวะการต้านทานไม่ปรกติ เช่นน้ำหนักตัวน้อย ขาดสารอาหาร หรือเป็นโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่ปรกติ โดยปัจจุบันก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดผู้ป่วยที่ติดเชื้อมือ เท้า ปาก ในสายพันธุ์ย่อยเดียวกัน จึงมีอาการมากน้อยแตกต่างกัน

มือ เท้า ปาก โรคประจำถิ่น

       โรคมือ เท้า ปาก นับได้ว่าเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งพบได้ตั้งแต่ทางตอนใต้ของจีน เรื่อยมาจนถึงพม่า ลาว กัมพูชา ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยพบได้มากในช่วงฤดูฝน เพราะเอนเทอโรไวรัสเป็นเชื้อที่อยู่ในบริเวณที่มีความชื้นได้นาน แต่ไม่สามารถทนต่อความแห้งได้ ซึ่งสำหรับประเทศไทย ในช่วงประมาณกลางเดือนสิงหาคม ก็จะพบโรคนี้ได้น้อยลง และหมดการระบาดไปในที่สุด

ช่องทางการติดต่อและอาการของโรคมือ เท้า ปาก

       สำหรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก จะมีการปนเปื้อนอยู่ในอุจจาระของผู้ป่วย โดยเฉพาะในช่วงที่ไข้ขึ้น และช่องทางการติดต่อก็คือการรับเชื้อเข้าทางปาก ซึ่งเมื่อได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายประมาณ 3 วัน ผู้ป่วยก็จะมีไข้ หลังจากนั้นอีกไม่ถึง 1 วัน เชื้อก็จะออกมาทางอุจจาระ โดยจะพบเชื้อในร่างกายผู้ป่วยเป็นจำนวนมากประมาณ 5- 6 วัน หลังจากนั้นจะพบเชื้อน้อยลงเรื่อย ๆ โดยเชื้อเอนเทอโรไวรัส สามารถพบได้ในน้ำลายและน้ำมูกของผู้ที่มีแผลในปากด้วย ดังนั้นข้อควรระวังคืออย่านำมือไปจับสิ่งของที่ปนเปื้อนอุจจาระและน้ำลายของผู้ป่วย

โอกาสที่เชื้อจากกัมพูชาจะแพร่ระบาดมายังประเทศไทย

       สำหรับเชื้อเอนเทอโรไวรัสที่พบว่ามีการระบาดในประเทศกัมพูชาคือเอนเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์ C4 ซึ่งพบได้ทุกปีในประเทศไทย แต่ในปีนี้พบได้ไม่มากเท่าเอนเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์ B5 อย่างไรก็ตามคงไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ที่ติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์ใดจะมีอาการรุนแรงมากกว่ากัน เพราะความรุนแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเชื้อ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่รับเชื้อเข้าไปเป็นหลัก ส่วนตัวเชื้อไวรัสนั้นมีแนวโน้มว่าเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 สามารถก่อโรคได้รุนแรงกว่าค็อกซากีไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก เช่นกัน

โรคมือ เท้า ปาก ในผู้ใหญ่

       กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อโรคมือ เท้า ปาก คือเด็กแรกเกิด – 5 ปี แต่จะไม่ค่อยพบโรคนี้ในผู้ใหญ่ ทั้งนี้เนื่องจากโรคมือ เท้า ปากเป็นโรคประจำถิ่น เพราะฉะนั้นคนไทยกว่าร้อยละ 90 จะเคยได้รับเชื้อเอนเทอโรไวรัสมาแล้วในวัยเด็ก และส่วนใหญ่ก็จะไม่มีอาการใด ๆ ซึ่งในผู้ที่เคยได้รับเชื้อไวรัสนี้มาแล้วไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ย่อยชนิดใด ก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธุ์ย่อยนั้นรวมทั้งเชื้อในสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ ตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามหากครั้งต่อไปมีการติดเชื้อในสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างกับเชื้อที่เคยได้รับมาแล้วมาก ก็อาจจะมีอาการป่วยได้ แต่จะไม่มากนัก นอกจากนั้นผู้ใหญ่ก็ยังมีภูมิต้านทานมากกว่าเด็ก ดังนั้นจึงมีโอกาสพบโรคนี้ในผู้ใหญ่ได้น้อยมาก

การรักษาโรคมือ เท้า ปาก

       สำหรับการรักษาโรคมือ เท้า ปาก หากผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง แพทย์ก็จะให้รับประทานยาลดไข้ อมน้ำเกลือ บ้วนปาก เพื่อลดความเป็นกรดในปาก หากรับประทานอาหารได้ ก็ให้รับประทานอาหารที่รสชาติกลาง ๆ ไม่เผ็ด ไม่เค็มจนเกินไป หรือหากไข้ลดลงแล้วก็ให้รับประทานไอศกรีม หรือ โยเกิร์ต ซึ่งมีความเย็นและมีรสหวานจนกระทั่งผื่นจะหายไป ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 7 วัน

การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก

       ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก  เพราะฉะนั้นจึงต้องเน้นที่การป้องกัน ซึ่งนอกจากการสอนให้เด็กล้างมืออย่างถูกวิธีแล้ว ยังควรทำความสะอาดในทุก ๆ จุด ที่คิดว่าจะมีการปนเปื้อนของอุจจาระ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำหรือบริเวณที่เด็กเล่น ส่วนข้าวของเครื่องใช้ที่เด็กสัมผัสบ่อย ๆ ก็ควรนำไปล้าง ต้ม หรือตากแห้ง โดยในการล้าง ใช้น้ำยาฟอกขาว เช่นไฮเตอร์ 2 ฝา มาผสมกับน้ำ 1 ลิตร ก็เพียงพอที่จะฆ่าเชื้อก่อโรคมือ เท้า ปากได้แล้ว

มาตรการคุมเข้มจากกระทรวงสาธารณสุข

       ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการรณรงค์ให้มีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ในพื้นที่สาธารณะที่มีการใช้ห้องสุขาร่วมกัน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยว่าห้องสุขาทุกที่ต้องแห้งและไม่มีกลิ่น  โดยได้ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม ดูแลรถไฟ รถเมล์ รถตู้ และร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมดูแลโรงภาพยนตร์ เครื่องเล่นที่อยู่ในสนามเด็กเล่นภายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะมีการรณรงค์อย่างทั่วถึงเพื่อป้องกันการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก รวมทั้งโรคติดต่ออื่น ๆ เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคระบบทางเดินอาหาร ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดนก นอกจากนั้นยังมีการรณรงค์เรื่องการสอนให้เด็กล้างมืออย่างถูกวิธี เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ก็ยังสามารถป้องกันโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย

ข้อควรปฏิบัติ เมื่อพบผู้ต้องสงสัยเป็นโรคมือ เท้า ปาก

       หากพบบุตรหลานมีไข้สูง 39 องศาเซลเซียส และ 48 ชม.แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ผู้ปกครองควรรีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการวินิจฉัยจากแพทย์ต่อไป และหากพบว่าบุตรหลานป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ก็ไม่ควรนำไปอยู่ในที่สาธารณะ เพราะจะเป็นการทำให้โรคแพร่กระจายออกไปได้
       สำหรับท่านที่มีบุตรหลานอายุต่ำกว่า 5 ปี ในช่วงนี้ยังไม่ควรพาบุตรหลานไปอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนแออัด เช่น โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า และหลีกเลี่ยงการเดินทางนาน ๆ เพราะอาจจะทำให้เด็กต้องไปใช้สุขาสาธารณะ ซึ่งอาจทำให้ติดเชื้อก่อโรคมือ เท้า ปากได้  แต่หากจำเป็นก็ควรให้เด็กถ่ายอุจจาระให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน ที่สำคัญคือสอนให้เด็กกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และหมั่นล้างมืออย่างถูกวิธี นอกจากนั้นก็ไม่ควรตื่นตระหนกกับเรื่องดังกล่าว และหากมีข้อสงสัยก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.1422 ซึ่งกรมควบคุมโรคจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปากอยู่

ย้อนกลับ

Comment

ฟังคลิปเสียงล้ำยุคเรื่องสุขภาพ

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

พรีม่าบน Twitter

พรีม่าบน Facebook