ปฏิรูปธุรกิจ Business Transformation ฟื้นฟูจากระดับประเทศสู่ระดับโลกในอุตสาหกรรมยา: จากแก้สู่ก้าวไกล จากปลายโค้งสู่หัวโค้ง จากแก้เกมส์สู่พลิกเกมส์ (Part 1)

สถานการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ได้เข้ามาส่งผลกระทบให้กับธุรกิจทุกภาคส่วน อุตสาหกรรมยาก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ครั้งนี้เราได้มีโอกาสพูดคุย สัมภาษณ์ผู้บริหารของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ หรือ PReMA องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีบริษัทสมาชิกที่มีหรือเกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนายาใหม่หรือยานวัตกรรมกว่า 37 บริษัท และมีบทบาทสำคัญในการนำยานวัตกรรมเข้ามาให้กับประชาชนในประเทศได้เข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับประเทศอื่น โดยผู้ที่เข้ามาร่วมพูดคุยในครั้งนี้ ได้แก่

คุณบอยด์ จงไพศาล ประธานสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า)

คุณเควิน ปีเตอร์ รองประธานสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า)

ดร.อาร์มิน เวสเลอร์ รองประธานสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า)

โดยในครั้งนี้ เราได้พูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นและทิศทางการดำเนินงาน หลังจากการระบาดไวรัสโคโรนา(COVID-19)

Q1: อุตสาหกรรมยามีการปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตไวรัสโคโรนาอย่างไร?

คุณบอยด์: ไวรัสโคโรนาทำให้เราต้องทบทวนแผนการดำเนินการธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หรือ Business Continuity Plan เราให้ความสำคัญกับชีวิตของคนไข้เป็นสำคัญ สิ่งแรกที่เราทำ คือ ในขณะที่ทุกประเทศปิดประเทศ ธุรกิจหยุดการทำงาน แต่คนไข้หรือผู้ป่วยจะมียารักษาได้อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับระบบห่วงโซ่อุปทานของโลก หรือ Global Supply Chain เราแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการหาช่องทางอื่นๆ ในการนำยามาสนับสนุนให้แพทย์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคนไข้ของเรามียาใช้อย่างต่อเนื่อง และเราทุ่มเทสนับสนุนความช่วยเหลือด้านการรักษาให้แก่แพทย์ เพื่อให้แพทย์สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ผลกระทบเชิงบวกที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ทุกคนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น การทำงานของเราอยู่ภายใต้ความปลอดภัยต่อสุขภาพเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อให้พนักงานของเราปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา

ดร. อาร์มิน: อย่างแรกที่เราให้ความสำคัญคือ เรื่องของคนที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าของเรา ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ คนไข้ และพนักงานของเรา เราห่วงใยความปลอดภัยของพนักงาน เราสนับสนุนนโยบายทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยของพนักงานเอง อย่างที่สองคือ การให้ความสำคัญต่อระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain System) เนื่องจากการปิดประเทศทำให้ระบบการขนส่งถูกปิดกั้น แต่เรายังรักษาความสามารถในการส่งมอบยาที่มีคุณภาพที่ดี และมีปริมาณที่เพียงพอให้แก่ระบบสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่อง อย่างที่สามคือ เราได้เรียนรู้การรับมือกับวิกฤต (Crisis Management) เรายังคงรักษาการสร้างปฏิสัมพันธ์กับบุคลาการทางการแพทย์ (Customer Engagement) อย่างต่อเนื่อง เราได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ เราเรียนรู้การทำการสัมมนาระยะทางไกล การจัดประชุมระยะทางไกลแบบ VDO Conference เราได้เปิดโลกทัศน์กับเครื่องมือใหม่ๆ ที่เสริมประสิทธิภาพการทำงานของเราให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้น และที่สำคัญคือ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถช่วยเหลือแพทย์ พยาบาล และคนไข้ได้อย่างต่อเนื่อง เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายอย่างในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา มันเป็นเวลาที่แสนวิเศษมาก มันทำให้เราเติบโตขึ้น ไม่มีอะไรทำให้เราเติบโตได้ดีเท่ากับปัญหาที่แสนท้าทายอีกแล้ว

คุณเควิน: สำหรับผม ก่อนอื่นเลยผมขอชื่นชมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกท่าน ที่ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ จนทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ควบคุมสถานการณ์ไวรัสโคโรนาได้ดีที่สุดประเทศหนึ่ง ส่วนเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้น ผมเห็นว่าไวรัสโคโรนาเป็นความท้าทายระดับโลก (Global Challenge) ที่ส่งผลกระทบอย่างมากมาย ในภาวะที่ทุกฝ่ายต้องเผชิญความท้าทายระดับโลกนี้ การร่วมมือกันในระดับสากล (Global Health Collaboration) คือ กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้เราฟันฝ่าวิกฤตต่อไปได้ เรามีโอกาสได้เห็นการพัฒนาวัคซีนและยาร่วมกันอย่างรวดเร็วในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เราไม่เพียงแต่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับภาครัฐเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนาและหวังจะได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดในระยะถัดไปด้วย แต่เรายังคงให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยในประเทศไทย นอกจากนี้ผมยังได้เห็นศักยภาพของพนักงานในแต่ละองค์กรที่ร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคในยามวิกฤตไปด้วยกัน โดยปราศจากเงื่อนไขอีกด้วย

การสัมภาษณ์และพูดคุยกับผู้บริหารทั้ง 3ท่านของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า) มีทั้งหมด 4 ตอน ในหัวข้อ Business Transformation ซึ่งธุรกิจจะเปลี่ยนทิศทางไปทางไหน ติดตามความเข้มข้นและคำตอบที่น่าสนใจในตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้