งานวิจัยเปลี่ยนโลกได้! ด้วยการคิดให้ใหญ่ และทำได้จริง ที่สำคัญต้องกล้าเปลี่ยนทัศนคติต่อการวิวัฒน์ของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นแต่ไม่หนักเท่าเดิม!
6 สิงหาคม 2563 ในเวทีเสวนาออนไลน์ (Webinar) The Evolution in Healthcare: Digital Transformation in Thailand Post COVID-19 ในตอนที่ 2 นี้ มีชื่อตอนว่า Accelerated Research: Global Reach
โดยวันนี้ นพ. ทวิราป ตันติวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า) รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้สอบถามกับวิทยากรที่เข้าร่วมเสวนา ถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมถึงความรวดเร็วในการเข้าถึงของทรัพยากร เครื่องมือที่จะส่งผลสำคัญต่อการทำงานของนักวิจัยว่าอะไรคือเหตุผล อะไรคืออุปสรรคในการดำเนินการบ้าง เพื่อให้มองเห็นจุดร่วมและสร้างการเดินหน้าต่อการพัฒนาในด้านนั้น ๆ
ด้าน พ.ท. พญ. กัลยา จงเชิดชูตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชน วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า “การจะเริ่มต้นการทำงานวิจัยอาจจะไม่ต้องมองไกลไปถึงการแก้ปัญหาหรือพัฒนาในระดับมหภาค แต่เรามองปัญหารอบด้านของเราว่าตอนนี้อะไรที่เรามีและสามารถทำให้ดีกว่าที่มีตอนนี้ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงโควิดเห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่แค่เราที่มีคำถามมากมาย แต่ทุกประเทศก็ตั้งคำถามเหมือนกัน เพราะสิ่งที่เรากำลังเผชิญเป็นเรื่องใหม่มาก ดังนั้นการร่วมมือระดับโลกสำคัญมาก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยก็ทำให้การแชร์ข้อมูลที่จำเป็นง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อน”
รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวสมทบว่า “การวิจัยเป็นจุดเริ่มขององค์ความรู้ การประมวลผล และการแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของเรื่องหนึ่ง ๆ จะนำไปสู่กับการสร้างนวัตกรรม ซึ่งกระบวนการต่างๆ จะเริ่มไม่ได้เลย ถ้าไม่คิดจะเริ่มทำวิจัยแต่แรก บางทีเราคิดแบบ Local เราคิดไม่ออกนะ เราต้องมองแบบ Global คือมองภาพใหญ่ที่จะเกิดขึ้น เพื่อเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัวเรานี่แหละ สิ่งสำคัญเลยคือขั้นตอนของ Process ที่จะเกิดขึ้น และการปรับ Mindset ของทั้งตัวผู้วิจัยเอง ผู้ใช้งานและกลุ่มเป้าหมายของเรา ว่าที่ทำมาแล้วจะเข้าถึงพวกเขาได้ไหม สุดท้ายแล้วทำไปจะไปช่วยเขาได้ตรงไหนบ้าง”
โดย รศ. ดร. ชนินทร์ นันทเสนามาตร์ หัวหน้าศูนย์เหมืองข้อมูลและชีวการแพทย์สารสนเทศ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยกตัวอย่างให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง “ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนของการทำวิจัยคือสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราเห็นว่าโรคใหม่ที่เราจำเป็นต้องหายาใหม่มาเพื่อรักษา แต่ยาไม่สามารถผลิตได้ในเวลาสั้น สิ่งที่เรามีอยู่คือ Data หรือข้อมูลของการใช้ยารักษาโรคที่คล้ายกัน ซึ่งเราก็ Analyse ข้อมูลตรงนี้เพื่อสืบค้นว่าพอจะมียาตัวไหนที่นำมาใช้รักษาโควิด-19 ได้บ้าง ซึ่งก็ช่วยให้เราค้นพบว่าพอจะมีตัวยาที่นำมาใช้รักษาได้ก่อนระหว่างรอวัคซีน ดังนั้น Data Science จึงควรถูกยกให้เป็นเรื่องสำคัญในการทำวิจัยต่อๆไป เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์คล้ายๆเช่นนี้อีก เราจะได้ช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างทันท่วงที”
พญ.อรณี ตั้งเผ่า Chief Medical Officer, Antiva Bioscience กล่าวถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้งานของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น “สิ่งสำคัญคือ Mindset เพราะการเปลี่ยนแปลงมักจะมาพร้อมกับการไม่อยากเปลี่ยนแปลง เคยชินกับการใช้สิ่งเดิมๆ ทำแบบเดิมๆ และหลายคนกลัวว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาแย่งงาน แย่งอาชีพ จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เพราะเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแบ่งเบาการทำงานของเรา จากที่เคยทำงานหนัก ๆ ได้ผลลัพธ์น้อยหรือไม่ดีเท่าที่ใจอยากเป็น มันจะช่วยให้ผลลัพธ์กลับกันเลยเทคโนโลยีจะทำให้งานของเรา Smart ขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ที่สำคัญคือเราอย่าไปคิดว่าผู้ใช้งานจะใช้ไม่เป็น ลองถามความต้องการว่าการเข้าถึงแบบใดที่เขาพร้อมเปลี่ยน หรือ Tactic ที่เราเองต้องมี ในการสร้างการรับรู้ และแน่นอนว่าอนาคตคนรุ่นใหม่เขาอาจจะทำได้ดีกว่า ตัวชี้วัดที่จะบอกว่าเราทำสำเร็จหรือไม่คือ Global Workforce ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย”
มาร่วมวิเคราะห์และจับประเด็นแนวโน้มที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและองค์ความรู้สำหรับประเทศไทยกันต่อ ใน Ep.3 Integrating Big Data: Digital Challenges ติดตามได้ในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2563 เวลา 10:30 – 12:00 น.