The Evolution in Healthcare TH

EP1 (Webinar) The Evolution in Healthcare

Digital Transformation เปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว พร้อมหาแนวทางเพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืน วิกฤติที่สร้างโอกาสให้บริการด้านสุขภาพของคนไทยหลากหลายและเข้าถึงอย่างยุติธรรม
วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ครั้งเเรกของการสัมมนาออนไลน์ (Webinar) The Evolution in Healthcare: Digital Transformation in Thailand Post COVID-19 ในหัวข้อเสวนา EP.1 Healthcare at Speed: What’s Next for Thailand?
คุณบอยด์ วิริยะ จงไพศาล นายกสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า) กล่าวเปิดงาน “โควิด-19 เป็น Game Changer ทำให้เราเห็นว่าประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้าไม่มีทางเลือกอื่น สมาคมผู้วิจัยและพัฒนาเภสัชภัณฑ์ของเราก้าวไกลไปถึงระดับสากลแล้วหรือยัง เรามีโอกาสจะนำ Big Data หรือและการพัฒนา Telemedicine แต่จะทำอย่างไรให้เรามีกฎหมายและจริยธรรมเพื่อการดูแลคุ้มครองสิทธิ์ผู้ป่วย ประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โควิด-19 เป็น Game Changer ทำให้เราเห็นว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าไม่มีทางเลือกอื่น นวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเราจะไปต่ออย่างไร เราอยู่ตรงไหนและเราจะก้าวต่อไปอย่างไร”
โดย ศ. นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า “ระหว่างล็อกดาวน์ช่วงโควิด-19 คนไทยที่ป่วยโรคเรื้อรังจำนวนมากไปโรงพยาบาลไม่ได้ เราเลยเกิดการรักษาทางไกล หรือ Telemedicine เมื่อก่อนไม่สามารถทำได้เนื่องจากติดกฎระเบียบมากมายแต่พอเกิดเหตุโควิด-19 ก็นำมาใช้เพื่อ การติดต่อ ซักถามประวัติผ่านแอปพลิเคชั่น Zoom และส่งยาผ่านไปรษณีย์ ผลสำรวจความพึงพอใจของหมอและคนไข้ก็เป็นที่น่าพอใจ หลังล็อกดาวน์เราก็ไม่ได้หยุด ในอนาคตอาจจะทำต่อไปเพื่อลดความแออัด OPD ในโรงพยาบาลรัฐ อีกหนึ่งความร่วมมืออีกอันหนึ่งที่น่าทึ่งมากคือ COVAX คือ การร่วมมือในการคิดค้นและพัฒนาวัคซีน กว่า 150 ประเทศทั่วโลกเข้ามาร่วมพูดคุยกันได้ในเวลาอันสั้น ซึ่งเรื่องนี้ทำได้เพราะ Digital Transformation ถ้าไม่มีโควิด-19 ก็อาจจะเกิดขึ้นยากที่ทำให้โลกมาร่วมกันพัฒนาและผลิตวัคซีน”
นพ.ทวิราป ตันติวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ (พรีม่า) กล่าวถึงความสำคัญในการร่วมมือ “โควิด-19 มา 3 เดือน สิ่งที่เคยพยายามมา 10 ปีเกิดขึ้นได้เลย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มี partnership ที่พร้อมแชร์ข้อมูลร่วมกัน ทั้งวิเคราะห์การรักษา การใช้งานของบริษัทต่าง ๆ ซึ่งสมัยก่อนทำไม่ได้แบบนี้ “โอกาสเปิดเสมอสำหรับคนที่พร้อม” ประเทศไทยจะต้องพัฒนาตัวเองให้บุคลากรของเราเข้าใจความเสี่ยง รู้จักประเมินความเสี่ยง สร้าง Partner เพื่อพร้อมที่จะก้าวไปอย่างรวดเร็ว แม้ตอนนี้เดินทางลำบาก แต่ในอนาคตเราอาจจะกลายเป็นผู้ผลิต ไม่ต้องรอเป็นผู้ใช้อย่างเดียว”
พญ.อรณี ตั้งเผ่า Chief Medical Officer, Antiva Bioscience กล่าวถึงโอกาสและการพัฒนาศักยภาพของคนไทย “ถ้าคนไทยไม่ทำอะไรในงานวิจัย ในอนาคตเราอาจจะถูกแย่งงานตรงนี้ไป เราต้องดูว่าใครได้ประโยชน์ นวัตกรรมไม่สามารถเกิดได้ในวันเดียว สิ่งที่ต้องเกิดก่อนคือการเปลี่ยนความคิด ประเทศไทยยังมีความหวังในเรื่องนี้ เรามี Medical Hub ที่แข็งแรงอยู่แล้ว การเข้าถึงข้อมูล Big Data ซึ่งต้องไปดูกฏหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งไทยเองก็คงกำลังพัฒนาด้านกฎหมาย ขณะนี้เราต้องมาดูกันว่าการนำข้อมูลมาใช้นั้นให้ความเป็นส่วนตัวกับคนไข้มากน้อยแค่ไหน ปัญหาคือคนคุ้นชินกับการใช้แบบเดิมๆ โดยข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลที่มีอยู่ตอนนี้เราอาจจะมาวิเคราะห์โดยที่ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อ ที่อยู่ ของคนไข้เลยด้วยซ้ำ”
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า “ประเทศไทยควรมี Big Data แล้วสามารถนำข้อมูลตรงนี้ไปวิเคราะห์ได้ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คน เห็นได้ชัดเลยว่าช่วงโควิด-19 ตอบโจทย์เร็ว ถูก และทั่วถึง รัฐจะจัดการอย่างไรกับข้อมูลที่มีอยู่ เราต้องไปดูโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงในการใช้ Data ในการแก้ปัญหา ซึ่งจริงๆข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่ามาก แต่ยังคงมีเรื่องของ Privacy ที่เราต้องมาแลกเปลี่ยนความรู้ตรงนี้กันอีก เมืองไทยมีจุดแข็งเรื่องการแพทย์และการเกษตร เราต้องสร้างโอกาสของเราและ Transform ให้เกิด Speed ”
อย่าลืมมาร่วมวิเคราะห์และจับประเด็นแนวโน้มที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและองค์ความรู้สำหรับประเทศไทยกันต่อ ใน EP.2 Accelerated Research: Global Reach ติดตามได้ในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลา 10:30 – 11:30 น.