ยานวัตกรรมต่อวงการสุขภาพ

ยานวัตกรรมต่อวงการสุขภาพ

ตัวเลขผลกระทบจากอุตสาหกรรมยา (Pharma by Number)

ในปี 2015 อุตสาหกรรมยาใช้เงินลงทุนสำหรับการวิจัยและพัฒนาต่อปีไปกว่า 141.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีโครงการพัฒนาในโรคดังต่อไปนี้เช่น

  • มะเร็งมี 1,813 โครงการ
  • เบาหวานมี 475 โครงการ
  • เอชไอวี/เอดส์ 159 โครงการ
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ 559 โครงการ

ในบริษัทยา 10 อันดับแรก ครึ่งหนึ่งจะเป็นบริษัทยาวิจัยที่มีฐานเป็นยาชีวภาพ (Biopharmaceutical) เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมยาชีวภาพต่อปีแล้ว พบว่าสูงกว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางทหารและอวกาศยานถึง 5 เท่า จากข้อมูลระหว่างปี 2000 – 2008 จะพบว่าสิ่งที่ทางอุตสาหกรรมยาได้ทำและส่งผลต่อวงการสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น

  • การมีวัคซีนใหม่ๆ สามารถช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคหัดในแอฟริกาได้ถึงร้อยละ 92
  • จากตัวเลขของ IFPMA ในปี 2014 พบว่ามีโครงการวิจัยและพัฒนายาสำหรับประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะ 186 โครงการ
  • ร้อยละ 88 ของโครงการเป็นโครงการวิจัยสำหรับโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย (NTDs – Neglected Tropical Diseases) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างสมาชิกของบริษัทใน IFPMA และภาคีเครือข่ายมากกว่า 80 กลุ่มจากทั้งมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ซึ่ง IFPMA เป็นหน่วยงานระดับโลกอันดับ 3 ที่ให้ทุนในการวิจัยโรคกลุ่มนี้ โดยในปี 2013 ได้มีการให้ทุนวิจัยไปกว่า 401.2 ล้านเหรียญสหรัฐ มีศูนย์วิจัย 8 แห่งที่เน้นการวิจัยสำหรับวิธีการรักษาใหม่ให้กับโรค NTDs
  • มีประชากรโลกกว่า 500 ล้านคนได้รับภูมิคุ้มกันโรค ตั้งแต่ปี 2000

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เกิดจากอุตสาหกรรมยา

  • ตลาดอุตสาหกรรมยาชีวภาพจะโตไปถึง 1.3 ล้านล้านดอลล่าร์ภายในปี 2018
  • ในปี 2012 อุตสาหกรรมยาชีวภาพได้สร้าง GDP คิดเป็นมูลค่า 436.8 พันล้านดอลล่าร์ ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดเศรษฐกิจของประเทศอาร์เจนตินา
  • อุตสาหกรรมยาชีวภาพในระดับโลก (รวมไปถึงยาสามัญ) ได้จ้างแรงงานรวม 4.4 ล้านตำแหน่ง และจ่ายเงินเป็นค่าเงินเดือน 91.3 พันล้านดอลล่าร์
408/85 อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 19 ถนนพหลโยธิน, สามเสนใน, พญาไท
กรุงเทพ 10400 ประเทศไทย

โทร : (02) 619-0232-6
โทรสาร : (02) 619-0237
อีเมล : office@prema.or.th
facebook.com/prem.health
PReMA Thailand