ระเบียบวิธีวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัย

โดยการสำรวจข้อมูลจากสมาชิกพรีม่า องค์กรวิจัยทางคลินิกและมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงานวิจัย ค่าใช้จ่ายในการทำวิจัย จำนวนอาสาสมัคร และหน่วยบริการในประเทศที่เข้าร่วมการวิจัย รวมถึงความท้าทายและโอกาสสำหรับการทำวิจัยทางคลินิกในประเทศไทย การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมและสืบค้นข้อมูลทุติยภูมิ เพื่อเป็นการเสริมและยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้ศึกษาค้นพบ รวมทั้ง ได้รับข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ โดยมีแหล่งข้อมูลอ้างอิงประกอบด้วย ฐานข้อมูลการวิจัยทางคลินิก (clinicaltrials.gov, Thai Clinical Trials Registry)1 หน่วยงานของภาครัฐ(กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) รวมทั้งรายงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์

ผลของการศึกษาวิจัยได้นำไปสู่การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และปัญหา/อุปสรรค (SWOT Analysis)รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอแนะ เชิงนโยบาย

การดำเนินการข้างต้นได้ทำควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ทั้งในส่วนต้นทุน และประโยชน์ที่ได้ซึ่งประกอบด้วย

  • ผลทางตรงและทางอ้อมทางด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวโดยรวมจะเห็นว่าการวิจัยทางคลินิกทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากการดำเนินงานของหน่วยงานรับทำวิจัยทางคลินิกและภาคธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกันทั้งสินค้าและบริการให้กับองค์กรเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น การว่าจ้างองค์กรวิจัยทางคลินิก (contract research organisation : CRO) มูลค่าเพิ่มที่ได้ จะไม่ได้มีแค่เพียงมูลค่าทางธุรกิจที่องค์กรวิจัยทางคลินิกได้รับเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงรายได้ของสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น การใช้ไฟฟ้า ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และบริษัทให้บริการการจัดเก็บข้อมูล ในการเป็นผู้จัดหาสินค้าและบริการเพื่อใช้ในการวิจัย
  • มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์จากการผลิตยา บริษัทต่างๆ ลงทุนในการวิจัย โดยหวังว่าในที่สุดแล้วจะมียาใหม่ออกมาสู่ตลาด อย่างไรก็ดี การวิจัยทางคลินิกของยาใหม่นั้นใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถนำยาใหม่ออกสู่ตลาดมาได้ ส่วนในกรณีที่สามารถวิจัยพัฒนายาใหม่ออกมาได้ก็มักจะต้องใช้เวลาไปกับกระบวนการในการขอขึ้นทะเบียนจากภาครัฐทำให้เหลือระยะเวลาการคุ้มครองตามสิทธิบัตรที่จำกัดในการที่จะชดเชยต้นทุนที่ใช้ไปในการวิจัยพัฒนายา รายงานวิจัยฉบับนี้ได้ประมาณการมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ในระยะยาวที่เป็นผลมาจากการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2558
  • ประโยชน์ด้านสุขภาพ การทำให้สุขภาพดีขึ้นในระยะยาวนั้น ต้องอาศัยยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ใหม่ๆที่ดีขึ้น และสิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากการวิจัยทางการแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในรูปของการวิจัยทางคลินิกประโยชน์ดังกล่าวที่เกิดกับประชากรไทยนั้น ส่วนใหญ่มาจากการวิจัยยาที่ทำทั่วโลก แต่ก็มีบ้างที่เป็นการวิจัยที่เป็นทำในประเทศไทย รายงานฉบับนี้ได้ใช้เทคนิคมาตรฐานกำหนดมูลค่าทางการเงินไปจนถึงจำนวนปีที่ประชากรไทยมีสุขภาพดีจากการวิจัยดังกล่าว

ประโยชน์เหล่านี้ได้มาจากการเปรียบเทียบต้นทุนในการวิจัยทางคลินิกของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2558 โดยใช้กรอบการวิเคราะห์ต้นทุน-ประโยชน์ที่ได้รับ (Cost -Benefit Analysis)

408/85 อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 19 ถนนพหลโยธิน, สามเสนใน, พญาไท
กรุงเทพ 10400 ประเทศไทย

โทร : (02) 619-0232-6
โทรสาร : (02) 619-0237
อีเมล : [email protected]
facebook.com/prem.health
PReMA Thailand